1/27/2565

ซีรีส์ มัธยมซอมบี้ (All of Us Are Dead) ลงจอพรุ่งนี้ ทาง Netflix

ซอมบี้ Gen-Z กับพล็อตเรื่องที่เกินคาดเดาเตรียมจะพรีเมียร์ในวันที่ 28 มกราคมนี้ ในซีรีส์ มัธยมซอมบี้ (All of Us Are Dead) ทาง Netflix 


ซีรีส์ มัธยมซอมบี้ (All of Us Are Dead) นับเป็นซีรีส์เรื่องแรกของเกาหลีที่มากับพล็อตฝูงซอมบี้วัยรุ่นและการเอาชีวิตรอดของกลุ่มผู้รอดชีวิตเพียงน้อยนิดติดอยู่ในโรงเรียน ที่พวกเขาต้องดิ้นรนต่อสู้กับบรรดาเพื่อนๆ ที่ทยอยกลายร่างเป็นซอมบี้ 

ซีรีส์ มัธยมซอมบี้ (All of Us Are Dead) ซีรีส์ซอมบี้สุดแหวกแนวที่ออกจะต่างไปจากของซอมบี้เรื่องอื่นๆ ด้วยการดำเนินเรื่องเต็มไปด้วยเรื่องราวเหนือความคาดหมาย สร้างความแตกต่างจากเรื่องราวของบรรดาซอมบี้ก่อนหน้านี้ เหตุผลสำคัญที่ทำให้ซีรีส์เรื่องนี้จะกลายเป็นวิวัฒนาการก้าวกระโดดของ K-Zombie มีอะไรบ้างมาดูกัน

#ผสานพลังผู้คร่ำหวอดแห่งวงการ 

ด้วยการที่ผู้กำกับอีแจคยูและนักเขียนบทชอนซองอิล จับมือสร้างซีรีส์ซอมบี้ระดับท็อป

อีแจคยู ผู้กำกับที่เคยสร้างซีรีส์เกาหลียอดฮิตมาแล้วหลายเรื่อง ไม่ว่าจะเป็น The King 2 Hearts, Beethoven Virus และอื่นๆ อีกมากมาย กำลังจะมาสร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับผู้ชมทั่วโลก ด้วยผลงานซีรีส์ซอมบี้ของเขากับ มัธยมซอมบี้ (All of Us Are Dead) ที่หลายคนตั้งตารอคอย

นอกจาก ผู้กำกับฝีมือดีแล้ว นักเขียนชอนซองอิล ที่เคยฝากฝีมือไว้ในผลงานซีรีส์ The Slave Hunters และภาพยนตร์เรื่อง The Pirates และ 7th Grade Civil Servant อีกด้วย ซึ่งงานนี้จะเป็นโปรเจกต์ซีรีส์ซอมบี้เรื่องแรกของเขา 

โดยทางด้าน ผู้กำกับอีแจคยูได้แนะเคล็ดลับเล็กๆ ที่จะทำให้สามารถรับชมซีรีส์ มัธยมซอมบี้ (All of Us Are Dead) อย่างเต็มอรรถรสมากขึ้น โดยแนะนำให้เปิดเสียงดังกว่าปกติ พร้อมเน้นย้ำถึงคุณภาพของรายละเอียดเสียงที่ใส่มาในซีรีส์ ดังนั้นจงลองท้าทายตัวเองด้วยการทำใจกล้ารับฟังรายละเอียดเสียงทั้งหมด รวมถึงเสียงกระดูกหักที่ฟังแล้วอดขนลุกไม่ได้! และอีกเคล็ดลับหนึ่งที่ผู้กำกับอีแจคยูแนะนำมาก็คือ ให้หรี่แสงไฟลง ดังนั้น ลองปิดโคมไฟที่ให้แสงสบายตาไปก่อน แล้วสนุกไปกับความตื่นเต้นด้วยจอขนาดใหญ่ที่สุดที่คุณมี!

#รวมนักแสดงดาวรุ่งเลือดใหม่

ร่วมถ่ายทอดเรื่องราวของซอมบี้ Gen-Z ที่รับรองว่าจะเข้าถึงผู้ชมทุกกลุ่ม!

ผู้กำกับอีแจคยู เผยถึงความสนุกของซีรีส์ มัธยมซอมบี้ (All of Us Are Dead)ว่า ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในแวดวงแฟนๆ ซอมบี้เกาหลี แต่คนที่ไม่เคยดูซีรีส์ซอมบี้มาก่อนก็เข้าถึงอารมณ์ได้ง่ายๆ ด้วยเช่นกัน ด้วยเรื่องราวเริ่มต้นขึ้นในสถานที่ที่ทุกคนคุ้นเคยอย่างโรงเรียนมัธยม ผสานเข้ากับส่วนผสมของความสัมพันธ์สามเศร้าในกลุ่มแก๊งวัยรุ่นที่ดูอย่างไรก็สนุกเสมอ 

นอกจากนี้ ผู้กำกับอีแจคยูยังเน้นย้ำประเด็นที่ว่าการกระทำที่ค่อนข้างหุนหันพลันแล่นของเหล่านักเรียนมีส่วนทำให้ซีรีส์ยิ่งคาดเดาไม่ได้มากขึ้น ว่า “ในสถานการณ์อันตราย ผู้ใหญ่มีแนวโน้มจะเลือกทางที่ความเสี่ยงต่ำ แต่กลับกันวัยรุ่นจะกล้าเสี่ยงและทำตามอารมณ์มากกว่า คุณสมบัตินี้แสดงออกอย่างชัดเจนเมื่อบรรดาเด็กนักเรียนต้องเสี่ยงชีวิตเพื่อช่วยเหลือเพื่อนๆ จากฝูงซอมบี้” โดยซีรีส์เรื่องนี้มีนักแสดงดาวรุ่งอย่างพัคจีฮู, ยุนชานยอง, โจอีฮยอน, โรมน, ยูอินซู, อียูมี, อิมแจฮยอก และอื่นๆ อีกมากมายที่ทุ่มเทให้กับการแสดงเรื่องนี้เป็นอย่างมาก แล้วจะพบว่าระหว่างที่ลุ้นไปกับ มัธยมซอมบี้ (All of Us Are Dead) อยู่นั้น คุณก็จะเผลอเชียร์พวกเขาไปโดยไม่รู้ตัว!

#สมจริงกว่านี้ไม่ได้แล้ว! 

โปรดักชันสุดอลังการที่วางมาอย่างดี สะกดทุกสายตาด้วยความสมจริง

เพื่อสร้างซีรีส์วัยรุ่นที่มีความซีเนมาติก ผู้กำกับจึงลงทุนถึงขั้นสร้างฉากสูงร้อยเมตรของอาคาร 4 ชั้น พร้อมห้องต่างๆ ที่เต็มไปด้วยรายละเอียดจัดเต็ม ไม่ว่าจะเป็นห้องโสตทัศนศึกษา, ห้องดนตรี, โรงอาหาร, ห้องสมุด และหอประชุม ทำให้ฉากโรงเรียนแห่งนี้ยิ่งสมจริงสุดๆ การใช้อุปกรณ์ประกอบฉากอย่างชาญฉลาดก็เสริมให้ฉากแอคชั่นใหญ่ๆ ที่เกิดตามสถานที่ต่างๆ ข้างต้นนี้โดดเด่นยิ่งขึ้นด้วยเช่นกัน นอกจากนี้ ซอมบี้โฉมใหม่ในเรื่องยังเป็นฝีมือการสร้างสรรค์ของทีมนักออกแบบท่าเต้นผู้คร่ำหวอดในวงการอย่าง กุกจุงอี ที่มีผลงานโดดเด่นมาตั้งแต่ ผีดิบคลั่ง บัลลังก์เดือด (Kingdom) ซีซั่น 2 ไปจนถึง The Cursed: Dead Man’s Prey โดยระบุว่าเขาเน้นไปที่การนำเสนอ “แง่มุมที่พิสดาร แต่มีลักษณะทางกายภาพที่เหนือกว่ามนุษย์ รวมไปถึงการแสดงออกว่าพวกมันสามารถคิดและพูดได้เหมือนมนุษย์” ผ่านความพิถีพิถันในการออกแบบท่าทางการเคลื่อนไหวอย่างละเอียดของเหล่าซอมบี้ นอกจากนี้ยังมีการออดิชั่นเพื่อคัดเลือกนักแสดงกว่า 60 ชีวิตมารับบทซอมบี้โดยเฉพาะ เพื่อให้ได้ภาพซอมบี้ที่ดีและสมจริงที่สุดออกสู่สายตาผู้ชม 

ซึ่งบรรดานักแสดงซอมบี้เหล่านี้ได้ผ่านการฝึกฝนอย่างรอบด้านนาน 3-4 เดือน โดยมีทั้งทีมสอนการแสดงที่ช่วยโค้ชการแสดงออกทางสีหน้า ทีมนักออกแบบท่าเต้นที่ช่วยฝึกซ้อมการเคลื่อนไหวสุดสยอง และทีมสอนศิลปะการต่อสู้ที่ช่วยสอนในฉากโลดโผน เพื่อเก็บรายละเอียดของการแสดงให้ได้มากที่สุด

ตามไปชมเบื้องหลังการผลิตของซีรีส์ มัธยมซอมบี้ (All of Us Are Dead) แล้วเตรียมพร้อมรับมือมหัตภัยจากฝูงซอมบี้ที่กำลังจะบุกไปถึงบ้านของผู้ชมทุกคน! รอชมเหล่าซอมบี้ Gen-Z ที่ทั้งอึดขึ้น แกร่งขึ้น และเร็วขึ้นได้ใน มัธยมซอมบี้ (All of Us Are Dead) พรีเมียร์วันที่ 28 มกราคมนี้ ที่ Netflix



 ที่มา www.popcornfor2.com


1/24/2565

อีดาแฮ (Lee Da Hae) เผยเหตุผลที่ทำให้ไม่สามารถเลิกกับ เซเว่น (Se7en) ได้

รายการ 'Omniscient Point of Interference' ของช่อง MBC เป็นรายการแรกที่ อีดาแฮ (Lee Da Hae) และ เซเว่น (Se7en) ได้จูงมือกันมาออกรายการ พร้อมกับเผยว่า แม้พวกเขาจะคบกันมาเป็นเวลา 7 ปีแล้ว แต่เมื่อปีที่แล้วพวกเขาทะเลาะกันหนักมากจนเกือบจะเลิกกัน


“ครอบครัวของฉันเศร้ามากเลยค่ะ” อีดาแฮเล่า “เพราะว่าเราคบกันมานาน ฉันมีเพื่อนและคนในครอบครัวที่ชอบเซเว่นมาก ตอนที่ฉันเกือบเลิกกับเขา คนรู้จักฉันบางคนถึงกับร้องไห้เลยค่ะ”

อีดาแฮเล่าต่อว่า “พี่น้องและพ่อแม่ของเขาเป็นคนดีมาก พ่อแม่ของเขาดีมากๆเลยค่ะ ฉันไม่สามารถเลิกกับผู้ชายคนนี้เมื่อปีก่อนได้หลังจากทะเลาะกันอย่างหนักก็เพราะว่าฉันคิดถึงครอบครัวของเขา”

อีดาแฮพูดติดตลกว่า “ฉันคิดว่า ไม่มีใครที่มีครอบครัวแบบนั้นได้บ่อยๆนะ ฉันหมายถึง คือเราสามารถเจอกับผู้ชายแบบ [เซเว่น] ได้อีกกี่ครั้งก็ได้ แต่ว่าอาจจะไม่เจอครอบครัวแบบนี้อีกแล้วไงค่ะ” (หัวเราะ)

อีดาแฮเผยว่า แม่ของเธอเป็นคนที่เสียใจมากที่สุดตอนที่พวกเขาเกือบเลิกกัน “แม่ของฉันคิดว่าเซเว่นเป็นคนดีจริงๆค่ะ ตอนที่พวกเขาเจอกันครั้งแรก เซเว่นกินอาหารฝีมือของเธอและบอกว่า ‘คุณแม่ครับ อาหารอร่อยมาก คุณผ่านเลย!’ จากนั้นแม่ของฉันก็พูดว่า ‘ผู้ชายคนนี้กล้ามาบอกให้ฉันผ่านได้ไง’ แล้วเซเว่นก็ตอบว่า ‘ผู้ชายคนนี้ คุณหมายถึงใครครับ?’ นั่นแหละค่ะคือจุดเริ่มต้นที่เซเว่นและแม่ของฉันสนิทกัน”

ที่มา  allkpop, www.popcornfor2.com

1/23/2565

ยูอี (Uee) เล่าเรื่องความประทับใจในรายการ My Little Old Boy

เมื่อวันที่ 16 มกราคม ที่ผ่านมา ในรายการ My Little Old Boy ทางช่อง SBS ยูอี (Uee) เข้าร่วมเป็นพิธีกร ได้เล่าถึงเรื่องที่ทำให้อิจฉาคู่ของ เรน (Rain) และ คิมแตฮี (Kim Tae Hee)และความสามารถในการผูกมิตรกับผู้อิ่น


ตอนนี้ ยูอี กำลังมีผลงานซีรีส์เรื่อง Ghost Doctor ทางช่อง tvN ที่เธอร่วมงานกับ เรน (Rain) และ คิมบอม (Kim Bum) ที่มารับบทเป็นคุณหมอที่มีบุคลิกและฝีมือในการรักษาแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง แต่พวกเขาต้องมารวมวิญญาณเอาไว้ในร่างเดียวกัน

ชินดงยอบ (Shin Dong Yup) ถามยูอีในรายการว่า “เรนมีชื่อเสียงเรื่องเป็นสามีที่น่ารักมาก คุณไม่อยากแต่งงานบ้างเหรอเวลาเห็นเขากับคิมแตฮี?”

ยูอีตอบว่า “เมื่อไม่นานมานี้ รถกาแฟที่มีชื่อเรนถูกส่งมาที่กองถ่ายค่ะ เราคิดกันว่าน่าจะเป็นแฟนคลับ หรือไม่ก็เพื่อนร่วมงานของเขาส่งมา แต่ว่าเรามารู้ว่า คิมแตฮีเป็นคนส่งมาค่ะ เธอส่งมาแบบง่ายๆจนเราไม่ทันสังเกตว่าเป็นใครส่งมาเลย ถ้าสามีของฉันเป็นนักแสดงและฉันจะส่งรถกาแฟไปให้เขา ฉันจะสกรีนหน้าตัวเองให้เห็นชัดๆเลยค่ะ แต่คิมแตฮีเป็นคนเรียบง่ายมาก พอได้เห็นแบบนั้น ฉันแอบรู้สึกอิจฉาค่ะ”

ตอนที่เธอเห็น คิมฮีชอล (Kim Heechul) วง Super Junior ถ่ายภาพครอบครัวกับสุนัขของเขา ยูอีบอกว่า “ฉันเข้าใจความรู้สึกของเขานะคะ ฉันก็ถ่ายภาพครอบครัวกับสุนัขของฉันเหมือนกัน และฉันเรียกตัวเองว่าเป็นแม่หมาได้เลยค่ะ เวลาโทรไปหาสัตวแพทย์ ฉันยังบอกว่า ‘ฉันเป็นแม่ของ ยูรุง และ แมงโก้นะ’ และฉันมักจะคิดว่าหมาของฉันเป็นอัจฉริยะด้วยค่ะ”

ยูอีเล่าว่าเธอมีความสามารถในการผูกมิตรกับคนอื่น เธอเคยไปออกทริปครอบครัวกับนักแสดง อีโยวอน (Lee Yo Won) ด้วย “เราถ่ายซีรีส์ด้วยกันค่ะ และตอนนั้นลูกสาวของเธอเข้าเรียนมัธยมปลาย” เธอเล่า “ฉันเป็นเพื่อนกับลูกสาวของเธอค่ะ พอได้ยินว่าเธอจะไปเที่ยว ฉันเลยบอกว่า ‘ไปบอกแม่นะว่าฉันอยากไปด้วย’ และฉันก็ได้ไปค่ะ” 

ยูอีเล่าต่อ “ฉันมักจะพูดกับนักแสดงที่แสดงเป็นพ่อแม่ของฉันในซีรีส์ว่า ‘นี่ยูอีนะคะ คนที่แสดงเป็นลูกสาวของคุณ ทานข้าวหรือยังคะ?’”

นอกจากนี้ ยูอี ยังได้เล่าเรื่องที่พี่สาวของเธอป๊อปปูล่ากว่าตอนที่พวกเธอยังเด็ก “เธอป็อปปูล่ากว่าค่ะ” ยูอีเล่า “มันทำให้ฉันเสียเกียรติมาก เราไปโรงเรียนเดียวกัน และเธออายุมากกว่าฉัน 3 ปี ตอนที่เธอเรียนจบ ฉันก็เข้าโรงเรียนพอดี เธอเป็นรองประธานนักเรียน และป็อปมากในหมู่นักเรียน และเรียนเก่งด้วย หลังจากเธอเรียนจบ รุ่นพี่บางคนก็มามองฉันและถามว่า ‘เป็นน้องสาวของยูนาเหรอ?’”

ที่มา ( 1 ) ( 2 ) ( 3 ) ( 4www.popcornfor2.com

1/22/2565

ชาวเน็ตตะลึง ซอฮยอน (Seohyun) ลุคใหม่ใน 'Love and Leashes'

ซอฮยอน (Seohyun) น้องเล็กวง Girls' Generation กลายเป็นสาวเต็มตัวแล้ว ที่ทำเอาแฟนๆ ที่ได้เห็นลุคใหม่ของเธอถึงกับตกใจในความสวยแซ่บ


เมื่อวันที่ 17 มกราคม ที่ผ่านมา Netflix ได้ปล่อยภาพยนตร์ตัวอย่างเรื่องใหม่ 'Love and Leashes' ที่มี ซอฮยอน (Seohyun) ร่วมนำแสดงกับ อีจุนยอง (Lee Jun Young) หรือ จุน วง U-KISS

'Love and Leashes' เป็นภาพยนตร์ที่ดัดแปลงมาจากเว็บตูนยอดนิยมเรื่อง Moral Sense เล่าเรื่องโรแมนติกของหญิงสาวที่เจอกับความลับของชายหนุ่มที่มีรสนิยมไม่เหมือนใคร

จองจีอู รับบทโดย ซอฮยอน เป็นหญิงสาวที่มีความสัมพันธ์พิเศษกับเพื่อนร่วมงานของเธอหลังจากได้รู้ถึงรสนิยมไม่เหมือนใครของ จองจีโฮ รับบทโดย อีจุนยอง ชายหนุ่มที่ป็อปปูล่ามากในบรรดาเพื่อนร่วมงานผู้หญิง แต่ภายใต้ภาพลักษณ์ที่ดูสมบูรณ์แบบมีความลับบางอย่างที่ถูกซ่อนไว้

เมื่อได้เห็นทีเซอร์ และโปสเตอร์ถูกปล่อยออกมา ชาวเน็ตต่างตกใจไปกับลุคที่เปลี่ยนไปของซอฮยอนในบทนี้ นับว่าเป็นความท้าทายใหม่ในบทบาทนักแสดงของน้องเล็กของวง Girls' Generation ในวันนี้ที่กลายเป็นผู้ใหญ่เต็มตัวแล้ว ชาวเน็ตแสดงความคิดเห็นหลากหลาย อาทิ

“ไม่อยากจะเชื่อว่าเธอจะแสดงภาพยนตร์แนวนี้”

“ฉันคิดว่าหนังเรื่องนี้สนุกแน่นอน”

“โอ้โห รอเรื่องนี้เลย”

“ซอฮยอนสวยมาก”

“นักแสดงนำทั้ง 2 คนเป็นไอดอลหมดเลย”

“นี่คือหนังแนวโรแมนติกคอมเมดี้ที่แอบแซ่บ อยากดูอ่ะ”

“ไม่เคยคิดเลยว่าจะได้เห็นซอฮยอนในลุคนี้นับตั้งแต่เธอเดบิวต์กับ Girls' Generation”

“ดีใจที่ได้เห็นเธอรับบทที่แตกต่างกันออกไป”

“เธอเปลี่ยนลุคไปมากเลยนะเนี่ยนับตั้งแต่ภาพลักษณ์มักเน่ในตอนโน้น”

“เธอน่ารักมาก”

“ฉันรู้สึกมันเจ๋งมากที่ซอฮยอนรับบทที่หลากหลายแบบนี้”

“ฉันคิดว่าซอฮยอนได้ทำลายขอบเขตของเธอด้วยการรับบทนี้ และมันแตกต่างจากนิสัยของเธอมาก”

ที่มา  allkpopwww.popcornfor2.com

1/13/2565

ลิซ่า แบล็คพิงค์(Lisa BLACKPINK) โพสต์ใส่สร้อยล้อมเพชรดีไซน์เก๋ พอได้รูัราคาถึงกับอึ้ง!

สาวน้อยมากฝีมือคนไทย ลิซ่า ลลิษา มโนบาล ที่ไปโด่งดังไกลถึงประเทศเกาหลี และเป็นรู้จักกันในนามของ ลิซ่า Blackpink ที่ล่าสุดมียอดผู้ติดตามอินสตราแกรมทะลุ 71.4 ล้านคน เรียกว่านาทีนี้คงไม่มีใครที่ไม่รู้จักเธอ นับได้ว่ากำลังเป็นขวัญใจของแฟนคลับทั่วโลกเลยทีเดียว


ล่าสุด "ลิซ่า"ได้มีการโพสต์เเรกในปี 2022 ที่ทำเอาหลายคนฮือฮา เมื่อสร้อยคอที่ ลิซ่า ใส่เป็นเครื่องประดับในครั้งนี้ ที่มีราคาค่างวดถึง 6 หลัก ซึ่งก็เหมาะสมกับลิซ่าที่เป็น Global Brand Ambassador ของ BVLGARI เเบรนด์เครื่องประดับชื่อดังของโลก  


สร้อย Zero1 เส้นนี้ดีไซน์ได้แรงบันดาลใจมาจาก Colosseum ตัวชาร์มก็จะมีความเป็นทรงเกลียวสีทอง แต่งด้วยเพชรตรงกลาง ด้านข้างแกะสลักตัวอักษร BVLGARI แบบเรียบหรูสุดๆ เเถมมีมูลค่ากว่า 15x,xxx บาท 



ที่มา ที่นี่ดอทคอม



1/12/2565

ชาวโซเชียลอิจฉา โจนาอิน(Jonain) เมื่อเห็น จองกุก(Jong Kook) BTS ตอบ Q&A ในไอจีของเธอ

โซเชียลฮือฮา!! หลังจากชาวเน็ตคนหนึ่งสร้างโพสต์บนฟอรัมชุมชนออนไลน์ในหัวข้อ "ว้าว โจนาอินเป็นแฟนที่ประสบความสำเร็จ เธอได้รับการตอบกลับจากจองกุก" โดยชาวเน็ตรายนี้ได้รวมภาพหน้าจอสตอรี่อินสตาแกรมของโจนาอิน ที่แสดงให้เห็นว่า จองกุก สมาชิก BTS ได้ส่งข้อเสนอแนะไปยัง Instagram Q&A ของเธอ 


เรื่องนี้เริ่มต้นจากการที่ โจนาอิน(Jonain) ได้ถามในสตอรี่อินสตาแกรมของเธอว่า "โปรดแนะนำชื่อช่องให้ฉันด้วย" จากนั้นได้มีคำตอบของจองกุกตอบว่า "Have a good nain" ซึ่งใช้คำเล่นกับชื่อของโจนาอินสำหรับประโยค "have a good night" เมื่อชาวเน็ตได้เห็นก็เข้าคอมเมนต์จากมากมาย อาทิ

"ว้าว อิจฉาจังเลย TTTT แต่นอกจากนั้นแล้ว ดูความหมายชื่อเขาสิ ตามที่คาดไว้เลย 555"

"จองกุกเป็นคนที่ดื่มด่ำกับ ‘Street Girl Fighter'"

"เขาน่ารักมาก"

"อาร์มี่ตอนนี้อิจฉาตาร้อนกันหมด TTT ฉันอิจฉาจัง"

"นักเรียนหญิงมัธยมคนหนึ่งได้รับการตอบรับจาก [นักร้อง] ระดับโลก มันสมเหตุสมผลแล้วที่เธอจะแสดงมันออกมา"

"การได้รับคำตอบจากบุคคลระดับโลกนั้นคุ้มค่าแน่นอน"

"บางครั้งจองกุกก็ลืมอิทธิพลของเขาไปเสียแล้ว"

"จองกุกเป็นแฟนตัวยงของ ‘Street Dance Girls Fighter' ดูสตอรี่ในอินสตาแกรมของเขาที่เขาโพสต์หลังจาก ‘Street Dance Girls Fighter' จบลงสิ"

อนึ่ง ก่อนหน้านี้ จองกุกเคยแสดงความกระตือรือร้นในรายการ Mnet dance survival ‘Street Dance Girls Fighter' ทำให้เขาได้รับความสนใจมากขึ้นจากการโต้ตอบล่าสุดกับโจนาอิน (Jonain) หัวหน้าทีม Turns ที่ท่าเต้นที่ละเอียดอ่อนและเฉียบแหลมคว้าแชมป์ ผู้ชนะคนสุดท้ายของรายการ’Street Dance Girls Fighter’ไปครอง  


ที่มา ที่นี่ดอทคอม


1/07/2565

ซูจี(Suzy) โพสต์ภาพคู่รถกาแฟในกองถ่ายซีรีส์ใหม่‘Anna’ พร้อมข้อความขอบคุณแฟนคลับภาษาไทย

ทำเอาแฟนๆ ประทับใจมากมาย เมื่อนักแสดงสาว ซูจี(Suzy) ได้โพสต์ภาพคู่กับรถกาแฟที่แฟนคลับชาวไทยส่งไปเป็นกำลังใจให้เธอถึงกองถ่ายซีรีส์เรื่องใหม่ ‘Anna’ พร้อมข้อความขอบคุณเป็นภาษาไทย 


โพสต์ดังกล่าวเป็นภาพ ซูจี ยืนอยู่หน้ารถกาแฟในกองถ่าย ที่มีข้อความให้กำลังใจของแฟน ๆ ชาวไทย ที่เขียนข้อความเป็นภาษาเกาหลีว่า “Sueweeties ชาวไทย ขอเป็นกำลังใจให้นักแสดง และ ทีมงานทุกคนนะครับ/คะ” โดย ซูจี ได้เขียนแคปชั่นขอบคุณแฟนคลับใต้ภาพเป็นภาษาไทย ว่า

“ขอบคุณค่ะ! เป็นของขวัญที่หวานมากค่ะ! ต้องขอบคุณแฟนๆชาวไทย ที่ทำให้พวกเราถ่ายทำอย่างอบอุ่นครับ! ขอบคุณที่ให้กำลังใจนะครับ!”

ในปีนี้(2022) ซูจี จะมีผลงานการแสดงชิ้นใหม่ให้แฟน ๆ  ได้ชมกันในซีรีส์ ‘Anna’ ซึ่งเป็นผลงานออริจินัลซีรีส์เรื่องใหม่ จาก Coupang Play ผลงานดังกล่าวจะเป็นซีรีส์ความยาว 8 ตอน กำกับโดย ผู้กำกับอีจูยอง จากภาพยนตร์เรื่อง ‘A Single Rider’ โดยซีรีส์ ‘Anna’ จะเป็นเรื่องราวของผู้หญิงคนหนึ่งที่เริ่มต้นด้วยการโกหกเล็กๆ น้อยๆ จนกระทั่งกลายเป็นคนที่ใช้ชีวิตเป็นคนอื่น ตอนนี้เริ่มถ่ายทำแล้วแต่ยังไม่มีกำหนดวันออนแอร์ที่แน่นอน แฟนๆ คงต้องอดใจรอกันอีกหน่อย

ที่มา : korseries



1/06/2565

The Red Sleeve ตอนจบ เเรงเกินต้านฟาดเรตติ้งสูงที่สุด

ซีรีส์เรื่อง The Red Sleeve เดินทางมาถึงบทสรุปของเรื่องราว โดย 2 ตอนสุดท้ายที่ออกอากาศ ปิดฉากลงด้วยเรตติ้งสูงสุดนับตั้งแต่ออนแอร์ ทำเรตติ้งพุ่งสูงขึ้นกว่าตอนก่อนหน้าเป็นอย่างมาก


เรตติ้งตอนที่ 16 และ 17 ของซีรีส์ The Red Sleeve ที่เป็น 2 ตอนสุดท้ายของซีรีส์นี้สามารถทำเรตติ้งทะลุกำแพงเรตติ้ง 15% มาได้สำเร็จ อ้างอิงจาก Nielsen Korea โดยทำเรตติ้งเฉลี่ยทั่วประเทศที่ 17.0% และ 17.4% ตามลำดับ ซึ่งเป็นสถิติสูงสุดที่ซีรีส์ทำได้อีกด้วย

ซีรีส์ The Red Sleeve เริ่มออกสตาร์ทตอนแรกด้วยเรตติ้ง 5.7% และค่อย ๆ ไต่ระดับสูงขึ้นเรื่อย ๆ โดยหลังจากที่ออกอากาศมาได้ 4 สัปดาห์ ก็สามารถทำเรตติ้งสู่เลข 2 หลักได้สำเร็จ แต่เดิมซีรีส์มีกำหนดออกอากาศ 16 ตอน ต่อมาได้มีการประกาศเพิ่มตอนอีก 1 ตอน ระหว่างการออกอากาศ เพื่อตอบแทนการสนับสนุนของผู้ชมด้วยเรื่องราวที่สมบูรณ์ยิ่งขึ้น และเพื่อให้ได้มาซึ่งความงดงามในตอนจบ

เรตติ้งของซีรีส์ The Red Sleeve เฉลี่ยทั่วประเทศ มีดังนี้

Ep.1 เรตติ้ง 5.7% , Ep.2 เรตติ้ง 5.6% , Ep.3 เรตติ้ง 7.0% , Ep.4 เรตติ้ง 7.5% , Ep.5 เรตติ้ง 8.8% , 

Ep.6 เรตติ้ง 9.4% , Ep.7 เรตติ้ง 10.7% , Ep.8 เรตติ้ง 10.5% , Ep.9 เรตติ้ง 10.9% , Ep.10 เรตติ้ง 10.2% 

Ep.11 เรตติ้ง 12.8% , Ep.12 เรตติ้ง 13.3% , Ep.13 เรตติ้ง 12.8% , Ep.14 เรตติ้ง 13.0% , Ep.15 เรตติ้ง 14.3% ,

Ep.16 เรตติ้ง 17.0% , Ep.17 เรตติ้ง 17.4%

ซีรีส์ The Red Sleeve สร้างจากนวนิยายที่ได้รับความนิยมในชื่อเดียวกันของ นักเขียนคังมีคัง ซึ่งนำเสนอเกี่ยวกับความรักในราชสำนัก ระหว่าง กษัตริย์แห่งโชซอน กับ สตรีในราชสำนักผู้ต้องการปกป้องชีวิตที่ตนเองเลือก ผ่านเรื่องราว ของ พระเจ้าจองโจ (อีซาน) ผู้ต้องการให้นางในที่พระองค์รักมาเป็นนางสนม แต่นางผู้นั้นกลับปฏิเสธเพราะต้องการชีวิตที่เป็นอิสระ เพราะรู้ดีว่าการเป็นสนมไม่ได้นำมาซึ่งความสุข อย่างไรก็ตามเธอได้กลายมาเป็นสนมเอกในพระเจ้าจองโจในที่สุด นำแสดงโดย อีจุนโฮ(Lee Jun Ho) - อีเซยอง(Lee Se Young) 

นอกจากความสำเร็จด้านเรตติ้ง ซีรีส์ The Red Sleeve ยังได้รับกระแสตอบรับเป็นอย่างดีบนโลกออนไลน์ จากการจัดอันดับโดย Good Data Corporation ว่าเป็นซีรีส์ที่ถูกพูดถึงมากที่สุด เป็นเวลา 7 สัปดาห์ติดต่อกันและยังได้รับการยอมรับในคุณภาพของทั้งตัวผลงานและฝีมือของนักแสดง

นอกจากนี้ ยังสามารถวาดรางวัลจากงานประกาศรางวัล MBC Drama Awards ปลายปี 2021 ถึง 8 รางวัล ได้แก่ รางวัลซีรีส์แห่งปี , รางวัลนักเขียนบทยอดเยี่ยม , รางวัล Best Couple (อีจุนโฮ-อีเซยอง) , รางวัลนักแสดงชายยอดเยี่ยม สาขามินิซีรีส์ (อีจุนโฮ) , รางวัลนักแสดงหญิงยอดเยี่ยม สาขามินิซีรีส์ (อีเซยอง) , รางวัลนักแสดงสมทบหญิงยอดเยี่ยม (จางฮเยจิน) , รางวัลนักแสดงหน้าใหม่ชายยอดเยี่ยม (คังฮุน) และ รางวัล Lifetime Achievement Award (อีด็อกฮวา)

ที่มา : korseries

1/05/2565

Dispatch ปล่อยภาพ ฮโยมิน (Hyomin)และ ฮวังอุยโจ(Hwang Ui Jo)ออกเดทกันที่สวิสเซอร์แลนด์

เมื่อวันที่ 3 มกราคม ที่ผ่านมา ดิสแพท(Dispatch) สื่อจอมแฉ แดนกิมจิ ได้เปิดภาพคู่รักต้นปี คือ ฮโยมิน(Hyomin) T-ARA และ ฮวังอุยโจ(Hwang Ui Jo) นักฟุตบอลทีมชาติเกาหลีใต้ ที่ใช้เวลาด้วยกันในสวิสเซอร์แลนด์ โดยไปท่องเที่ยวในสถานที่ชื่อดังทั้งยอดเขาและเทือกเขาแอลป์ Jungfrau และ Basel


ภาพระหว่างที่ทั้งคู่ที่ ดิสแพท ได้มีการปล่อยออกมา เป็นภาพที่พวกเขาถูกถ่ายภาพได้หน้าโรงแรมชื่อดังใน Basel ประเทศสวิสเซอร์แลนด์ ระหว่างกำลังลากกระเป๋าเดินทางเข้าไปในล็อบบี้ พวกเขาใช้เวลาด้วยกันในสัปดาห์สุดท้ายของเดือนธันวาคม ซึ่งก่อนหน้านั้นถือเป็นช่วงเวลาที่ลำบากของทั้งคู่ 

โดย ฮวังอุยโจได้รับบาดเจ็บที่ข้อเท้า ระหว่างการแข่งขันเมื่อวันที่ 17 ตุลาคม และได้รับบาดเจ็บที่กล้ามเนื้อต้นขา ทำให้ต้องใช้เวลา 2 เดือนในการรักษาและไม่ได้ร่วมการแข่งขัน ขณะที่ ฮโยมิน ก็กำลังเตรียมตัวสำหรับการคัมแบคของวง T-ara ทั้งคู่สนับสนุนซึ่งกันและกัน และเริ่มพัฒนาความสัมพันธ์ในช่วงเดือนพฤศจิกายน

ล่าสุด ทางต้นสังกัดของทั้งคู่ได้ออกมายอมรับถึงความสัมพันธ์แล้ว โดยแจ้งว่าทั้งคู่ยังอยู่ในช่วงแรกของความสัมพันธ์ พวกเขายังต้องเรียนรู้กันและกัน เราจะรู้สึกขอบคุณมากหากผู้คนเฝ้ามองพวกเขาด้วยความรัก

ที่มา : Bright TV


1/04/2565

SHINee คัมแบ็กสุดร้อนแรงกับ “Don’t Call Me”

SHINee (ชายนี่) วงแห่งความล้ำสมัย หนึ่งในวงผู้นำเค-ป๊อประดับโลก กลับมาอย่างสง่างามแบบวงในรอบ 2 ปี 6 เดือน หลังจากที่ปล่อยอัลบั้มเต็มชุดที่ 6 เมื่อเดือนกันยายน ปี 2018 โดยอัลบั้มชุดที่ 7 ‘Don’t Call Me’ (ด้อนท์ คอล มี) ได้มีการนำเสนอดนตรีและการแสดงที่ไร้ข้อจำกัดของพวกเขา


‘Don’t Call Me’ (ด้อนท์ คอล มี) อัลบั้มเต็มชุดที่ 7 ทุกคนจะได้พบกับสีสันที่แตกต่างไปจากเดิมของ SHINee โดยชื่ออัลบั้มมีความหมายสื่อถึงการไม่จำกัดความ SHINee ด้วยมุมมองที่อยู่ในกรอบหรือตายตัว ประกอบไปด้วยเพลงหลากหลายบรรยากาศทั้งหมด 9 เพลง 

โดยอัลบั้มชุดนี้ได้นักดนตรีระดับท็อปจากในเกาหลีและต่างประเทศ เข้ามามีส่วนร่วมในการทำให้อัลบั้มสมบูรณ์แบบมากขึ้น อาทิ นักทำเพลงฮิต Yoo Young-jin และ KENZIE, โปรดิวเซอร์ฮิปฮอป ชาวอเมริกัน Dem Jointz, ทีมโปรดิวซ์ Moonshine และแร็ปเปอร์ Coogie กับ Woodie Gochild เป็นต้น

‘Don’t Call Me’ (ด้อนท์ คอล มี) เพลงเปิดตัวที่ใช้ชื่อเดียวกับอัลบั้ม เป็นเพลงแดนซ์แนวฮิปฮอปที่น่าประทับใจ เนื้อเพลงสื่อถึงอารมณ์ อกหักอย่างตรงไปตรงมาหลังจากถูกคนรักทรยศ พร้อมเตือนว่าอย่าโทร.มาอีก ที่สำคัญยังนับเป็นครั้งแรกที่ SHINee ได้นำเสนอแนวเพลงแบบนี้ มิวสิกวิดีโอเพลงเปิดตัว ‘Don’t Call Me’ เผยให้เห็นแฟชั่นฮิปฮอปสุดร้อนแรงของแต่ละสมาชิก ร่วมด้วยท่าเต้นอันหนักหน่วงตามจังหวะที่รวดเร็วและทรงพลัง ทำให้แฟนเพลงทั่วโลกต่างจับตามองกันเป็นอย่างดี

นอกจากนี้ ยังได้มีการทำโปรโมตแบบ ARS ชื่อว่า ‘SHINee is Calling’ จะมีการฝากข้อความเสียง ถ้าต่อสายไปยังสายด่วนของ SHINee (ในประเทศเกาหลี 1811-0525/ต่างประเทศ +82-70-7103-0525) ก็จะได้ยินเสียงของสมาชิก และ SHINee ยังมอบความสนุกด้วยการให้แฟนๆ สามารถฝากข้อความเสียงของตัวเองได้เช่นกัน ทันทีที่เริ่มการโปรโมต ARS ก็ได้รับกระแสตอบรับอย่างถล่มทลาย เพียงแค่ 10 วินาทีแรก มีสายโทร.เข้ามากกว่า 100 สาย โดยบรรดาแฟนเพลงชาวไทยสามารถรับฟังอัลบั้มเต็มชุดที่ 7 ‘Don’t Call Me’ ของ SHINee ได้ทาง JOOX (open.joox.com/s/rd?k=jyTZy) 


ที่มา ไทยรัฐออนไลน์





K-POP Mania Relate News